สุขภาพสัตว์เลี้ยง

เช็กด่วน! 8 สัญญาณเตือนว่าแมวอาจเป็นโรคไต

สัตว์ของเพื่อน ๆ จำเป็นต้องพบคุณหมอหรือไม่ ??
เลือกชนิดสัตว์ที่ต้องการถามกันเลย

8 สัญญาณเตือน โรคไต ในแมว
น้องแมวที่บ้านมีอาการแปลกๆ ไหม? เช่น กินน้ำน้อยลงบ้าง กินน้ำเยอะเกินบ้าง ซึม ไม่เล่นเหมือนเดิม ขนหยาบๆ ตัวผอมลงแบบไม่รู้ตัว ถ้าใช่…ระวังให้ดีนะ เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณว่าเจ้าเหมียวกำลังเสี่ยงเป็น ‘โรคไต’ อยู่ก็ได้ ขอบอกเลยว่าโรคนี้เจอบ่อยมากในแมว วันนี้เลยอยากชวนเหล่าทาสมาส่องอาการเบื้องต้นกันหน่อย ว่ามีอะไรที่ควรระวังบ้าง รีบเช็กก่อนจะสายเกินแก้

โรคไตในแมว คืออะไร? ทำไมถึงอันตราย

โรคไตแมว เป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อยในน้องแมวทุกสายพันธุ์ โดยเฉพาะแมวที่มีอายุตั้งแต่ 5-7 ปีขึ้นไป โรคนี้เกิดจากความผิดปกติในการทำงานของไต ไม่ว่าจะเป็นการขับของเสียหรือควบคุมสมดุลน้ำในร่างกาย ซึ่งหากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้แมวเสียชีวิตได้

แมวที่เป็นโรคไต มักจะไม่แสดงอาการชัดเจนในช่วงแรก ทำให้เจ้าของหลายคนไม่ทันสังเกต อาการจะค่อย ๆ แสดงออกทีละน้อย เช่น กินน้ำเยอะขึ้น ซึมลง ขนไม่เงางาม เบื่ออาหาร และผอมลงอย่างรวดเร็ว เมื่อรู้ตัวอีกทีโรคก็ลุกลามเข้าสู่ระยะอันตรายแล้ว

ทำไมโรคไตในแมวถึงอันตราย?

  • โรคนี้ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ ทำได้เพียงประคับประคองและชะลอการเสื่อมของไต
  • มักตรวจพบในระยะที่ไตเสียหายไปแล้ว 70% ขึ้นไป
  • หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลัน และเสียชีวิตในที่สุด


เพราะเหตุนี้เอง โรคไตแมวจึงถูกเรียกว่าเป็นภัยเงียบที่อันตรายมาก เจ้าของควรหมั่นสังเกตอาการของน้องแมวอย่างใกล้ชิดเสมอ

อาการโรคไตในแมว

  • ดื่มน้ำเยอะผิดปกติ แมวที่ไตเริ่มมีปัญหาจะดื่มน้ำในปริมาณมากกว่าปกติ เพราะร่างกายพยายามชดเชยการทำงานของไตที่เสื่อมลง หากเห็นน้องแมวดื่มน้ำทั้งวัน ควรระวังไว้เป็นสัญญาณแรก
  • ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ แมวโรคไตจะปัสสาวะบ่อยขึ้น แต่ในแต่ละครั้งอาจมีปริมาณปัสสาวะไม่มาก และอาจพบว่าปัสสาวะใสผิดปกติ เพราะไตไม่สามารถกักเก็บน้ำและกรองของเสียได้ดีเหมือนเดิม
  • ซึม ไม่ค่อยอยากขยับ แมวที่เคยร่าเริงซุกซน อาจเริ่มนอนซึม ไม่วิ่งเล่นหรือเดินสำรวจเหมือนเดิม นี่เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่เจ้าของควรสังเกต
  • ขนหยาบ ขนร่วง เลียขนน้อยลง ปัญหาผิวหนังและขนเป็นผลจากการสะสมของสารพิษในร่างกาย เมื่อไตทำงานได้ไม่เต็มที่ น้องแมวจะมีขนหยาบ ร่วงง่าย และไม่ค่อยเลียขนเหมือนตอนสุขภาพดี
  • เบื่ออาหาร กินน้อยลง แมวเป็นโรคไตมักจะกินอาหารได้น้อยลงหรือปฏิเสธอาหารไปเลย ซึ่งเป็นผลจากความผิดปกติในระบบเผาผลาญและของเสียที่สะสมในเลือด
  • น้ำหนักลด เมื่อกินอาหารน้อยลงและร่างกายไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้เต็มที่ น้ำหนักของน้องแมวจะค่อย ๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • อาเจียน การสะสมของของเสียในเลือดจากไตที่เสื่อม จะทำให้น้องแมวมีอาการคลื่นไส้และอาเจียนบ่อย ซึ่งหลายคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงอาการปกติ
  • มีกลิ่นปากแรง กลิ่นปากที่แรงผิดปกติหรือมีกลิ่นแอมโมเนีย เป็นผลจากของเสียในเลือดที่เพิ่มขึ้น เมื่อไตขับออกได้ไม่ดี กลิ่นปากแรงจึงกลายเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญของโรคไต

สาเหตุของโรคไตในแมว เกิดจากอะไรบ้าง?

สาเหตุโรคไตแมว มีได้หลากหลายปัจจัย ซึ่งบางอย่างเจ้าของเองอาจคาดไม่ถึง โดยเฉพาะแมวในวัยสูงอายุที่ยิ่งมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เช่น

  • อายุที่มากขึ้น แมวที่มีอายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไป มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคไตมากขึ้น เพราะการทำงานของไตเสื่อมลงตามวัย
  • พันธุกรรม แมวบางสายพันธุ์มีความเสี่ยงโรคไตสูงโดยกำเนิด เช่น สายพันธุ์เปอร์เซีย และเมนคูน
  • การดื่มน้ำน้อย แมวเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบดื่มน้ำ หากได้รับน้ำน้อยเรื้อรัง ไตจะทำงานหนักและเสื่อมลงเร็วขึ้น
  • อาหารที่มีโซเดียมหรือฟอสฟอรัสสูง อาหารแมวบางประเภทที่มีเกลือสูง หรือฟอสฟอรัสเกินความจำเป็น ส่งผลเสียต่อไตในระยะยาว
  • โรคหรือภาวะอื่นๆ เช่น การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ โรคนิ่ว โรคเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง ก็สามารถทำให้เกิดโรคไตตามมาได้
  • ได้รับสารพิษหรือยาบางชนิด การได้รับสารพิษ เช่น ยาฆ่าแมลง หรือการใช้ยาแก้อักเสบบางชนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำลายไตของแมวโดยไม่รู้ตัว
  • การสะสมของแร่ธาตุในไต ภาวะสะสมแคลเซียมหรือแร่ธาตุบางชนิดในเนื้อไต ทำให้เนื้อเยื่อไตเสียหายและเกิดโรคไตเรื้อรัง

วิธีป้องกันโรคไตในแมว

การป้องกันโรคไตแมว เป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของควรใส่ใจตั้งแต่น้องแมวยังแข็งแรงดี เพราะเมื่อแมวเป็นโรคไตแล้ว การรักษาทำได้เพียงชะลอโรคให้ช้าที่สุด ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้น “การป้องกันก่อน” จึงดีที่สุด 

  • กระตุ้นให้น้องแมวดื่มน้ำมากขึ้น แมวที่ดื่มน้ำน้อยจะเสี่ยงโรคไตมากขึ้น ลองเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ ใช้น้ำพุแมว หรือเติมน้ำซุปเจือจางในอาหาร เพื่อให้น้องแมวได้รับน้ำมากขึ้นในแต่ละวัน

  • เลือกอาหารคุณภาพดีและเหมาะสม เลือกอาหารแมวที่มีปริมาณโซเดียมและฟอสฟอรัสในระดับพอเหมาะ รวมถึงเสริมด้วยอาหารเปียกหรืออาหารสูตรบำรุงไตเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะในแมวสูงวัย

  • ตรวจสุขภาพแมวเป็นประจำ พาน้องแมวไปตรวจเลือดและอัลตราซาวด์เป็นประจำทุกปี เพื่อคัดกรองความผิดปกติของไตตั้งแต่ระยะแรก

  • สังเกตพฤติกรรมแมวทุกวัน หมั่นสังเกตพฤติกรรมการกินน้ำ กินอาหาร การขับถ่าย และรูปร่างของแมว หากพบอาการผิดปกติ เช่น น้ำหนักลด ซึม เบื่ออาหาร ควรพาไปพบสัตวแพทย์ทันที

  • หลีกเลี่ยงสารพิษและยาที่ทำลายไต ไม่ควรให้แมวสัมผัสสารเคมี หรือกินยาต่าง ๆ โดยไม่ปรึกษาสัตวแพทย์ เนื่องจากอาจส่งผลเสียต่อไตได้ในระยะยาว

สำหรับใครที่มีคำถามว่า แมวเป็นโรคไตควรดูแลอย่างไร หากน้องแมวของคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไตแล้ว ควรดูแลอย่างใกล้ชิดตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ เช่น ปรับอาหารเป็นสูตรโรคไต หมั่นให้น้ำเกลือใต้ผิวหนัง และตรวจติดตามค่าต่าง ๆ ในเลือดอย่างสม่ำเสมอ

โรคไตแมว รักษาหายไหม?

โรคนี้เป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยเฉพาะในกรณีที่ตรวจพบในระยะท้าย ซึ่งไตของแมวจะสูญเสียการทำงานไปมากแล้ว การรักษาทำได้เพียงควบคุมอาการและชะลอความเสื่อมของไตให้ช้าที่สุดเท่านั้น

แมวที่เป็นโรคไตสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง เจ้าของจึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการรักษาโรคไตแมว เพื่อช่วยให้เจ้าเหมียวมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

การรักษาโรคไตแมว ทำอย่างไร?

  • ปรับเปลี่ยนอาหาร ให้เป็นสูตรเฉพาะสำหรับแมวโรคไต ช่วยลดภาระในการทำงานของไตและควบคุมระดับฟอสฟอรัสในเลือด
  • ให้น้ำเกลือใต้ผิวหนัง เป็นประจำ เพื่อช่วยขับของเสียและป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • ให้ยาตามที่สัตวแพทย์สั่ง เช่น ยาลดฟอสฟอรัส ยาบำรุงเลือด หรือยาช่วยควบคุมอาการต่าง ๆ
  • ตรวจเลือดและติดตามอาการสม่ำเสมอ เพื่อติดตามระดับของเสียในเลือดและการทำงานของไต
  • ดูแลเรื่องโภชนาการและสภาพแวดล้อม ให้น้องแมวลดความเครียดและพักผ่อนเพียงพอ

อาหารสำหรับแมวโรคไต เลือกอย่างไรให้เหมาะ

เมื่อแมวถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคไต สิ่งสำคัญที่เจ้าของต้องใส่ใจเป็นพิเศษคือ การเลือกอาหารแมวโรคไต ให้เหมาะสม เพราะอาหารที่ดีจะช่วยลดภาระการทำงานของไต ชะลอการเสื่อมของไต และช่วยให้น้องแมวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

  • โปรตีนต่ำ แต่คุณภาพสูง อาหารแมวโรคไตควรมีปริมาณโปรตีนที่ต่ำลง แต่เน้นโปรตีนที่ย่อยง่ายและมีคุณภาพดี เพื่อลดของเสียที่ไตต้องขับออก
  • ฟอสฟอรัสต่ำ ฟอสฟอรัสเป็นแร่ธาตุที่ส่งผลเสียต่อแมวโรคไต หากได้รับมากเกินไปจะเร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น ควรเลือกอาหารที่ควบคุมปริมาณฟอสฟอรัส
  • โซเดียมต่ำ การควบคุมปริมาณเกลือหรือโซเดียมจะช่วยลดความดันโลหิต และลดภาระการทำงานของไตในแมว
  • ไขมันและพลังงานเพียงพอ อาหารควรมีไขมันและพลังงานที่เพียงพอ เพื่อให้น้องแมวได้รับพลังงานเพียงพอในแต่ละวัน แม้จะกินได้น้อยลง
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินเสริม เช่น วิตามิน B-complex, โอเมก้า 3 และสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อช่วยชะลอการอักเสบและสนับสนุนสุขภาพไต

การเลือกอาหารแมวโรคไตที่เหมาะสมจึงเป็นส่วนสำคัญในการดูแลน้องแมวให้ใช้ชีวิตได้ยืนยาวขึ้น หากไม่แน่ใจว่าแมวโรคไตควรกินอาหารแบบไหน ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อเลือกอาหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแมวแต่ละตัว

สามารถติดต่อขอคำปรึกษา หรือจองคิวตรวจสุขภาพกับโรงพยาบาลสัตว์สมอลแลนด์ ได้ง่ายๆ เพียงแอดไลน์ @smalland

ที่ที่

อุ่นใจ

ของทุกบ้าน

พร้อมบริการให้กับสัตว์เลี้ยงของคุณเพื่อสุขภาพที่ดีและมีความสุข

บทความ

สัตว์ของเพื่อน ๆ จำเป็นต้องพบคุณหมอหรือไม่ ??
เลือกชนิดสัตว์ที่ต้องการถามกันเลย

สุขภาพสัตว์เลี้ยง

แม้หวัดในหมา–แมวจะดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ถ้าปล่อยไว้อาจลุกลามเป็นปอดอักเสบ หายใจติดขัด หรือขาดน้ำได้ จึงไม่ควรมองข้ามอาการเริ่มต้น

สุขภาพสัตว์เลี้ยง

ในยุคที่สัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่ “สัตว์” แต่เป็นสมาชิกในครอบครัว การดูแลความปลอดภัยของพวกเขาจึงสำคัญไม่แพ้ใคร หนึ่งในวิธีที่เจ้าของยุคใหม่ควรรู้จักคือ “การฝังไมโครชิพหมาแมว” เพื่อช่วยระบุตัวตนและเพิ่มโอกาสในการตามหากลับบ้านหากพลัดหลง อีกทั้งยังเป็นส่วนสำคัญของ การขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง ซึ่งปัจจุบัน กรุงเทพมหานครกำหนดให้ต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วย

สุขภาพสัตว์เลี้ยง

รู้หรือไม่? แมวใช้เวลานอนเกือบทั้งวัน! บทความนี้จะพาไปรู้ว่าแมวนอนวันละกี่ชั่วโมง ทำไมถึงนอนเยอะ และเราควรสังเกตอย่างไรหากน้องแมวนอนผิดปกติ