สุขภาพสัตว์เลี้ยง

เช็กลิสต์อาการไรในหูหมาแมว พาหนูไปหาหมอด่วน!

สัตว์ของเพื่อน ๆ จำเป็นต้องพบคุณหมอหรือไม่ ??
เลือกชนิดสัตว์ที่ต้องการถามกันเลย

เช็กลิสต์ อาการไรในหู
หากสุนัขหรือแมวของคุณมีอาการคันหู สะบัดหัวบ่อย เกาหูจนเป็นแผล หรือมีขี้หูเยอะผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของ "ไรในหู" ปรสิตตัวจิ๋วที่สร้างความรำคาญและทำให้สัตว์เลี้ยงไม่สบายตัว แม้ว่าไรในหูจะพบได้บ่อยในสุนัขและแมว แต่หากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา อาจนำไปสู่การอักเสบของหูชั้นในและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้ ว่าแล้วก็มาหาสาเหตุ และวิธีจัดการกับปัญหานี้กัน

ไรในหูคืออะไร?

ไรในหู หรือ Otodectes cynotis เป็นปรสิตขนาดเล็กที่พบได้ในช่องหูของสุนัขและแมว มันอาศัยอยู่โดยการกินขี้หูและเศษเซลล์ผิวหนัง ส่งผลให้สัตว์เลี้ยงเกิดอาการคันและระคายเคือง ไรในหูสามารถแพร่กระจายได้ง่ายจากสัตว์หนึ่งไปสู่อีกตัวหนึ่งผ่านการสัมผัสโดยตรงหรือการใช้สิ่งของร่วมกัน แม้ว่าไรในหูจะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่หากปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่รักษา อาจนำไปสู่การติดเชื้อในช่องหู ทำให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกไม่สบายตัวและอาจสูญเสียการได้ยินได้

อาการของไรในหู

  • เกาหูหรือถูหูกับพื้นบ่อย ๆ – เนื่องจากอาการคันและระคายเคือง
  • สะบัดหัวหรือเอียงศีรษะผิดปกติ – พยายามกำจัดไรที่ก่อความรำคาญ
  • ขี้หูเยอะและมีสีดำคล้ายกากกาแฟ – เป็นลักษณะเฉพาะของไรในหู
  • มีกลิ่นเหม็นจากช่องหู – เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราแทรกซ้อน
  • หูอักเสบ บวมแดง หรือเป็นแผล – จากการเกามากเกินไปจนเกิดการอักเสบ
  • ขนร่วงรอบใบหู – ผลจากการเกาจนเกิดการระคายเคืองของผิวหนัง

หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างเหมาะสมโดยด่วน

ไรในหูมาจากไหน..สาเหตุของการติดไรในคืออะไร?

ติดต่อจากสัตว์เลี้ยงตัวอื่น
สัตว์เลี้ยงสามารถติดไรในหูจากการเล่นหรืออยู่ร่วมกัน โดยเฉพาะแมวที่เลี้ยงรวมกันหลายตัวในบ้าน หรือสุนัขที่ชอบเล่นกับเพื่อนในสนาม

สภาพแวดล้อมที่ปนเปื้อน
อาจจะมาจากที่นอน ผ้าห่ม ของเล่น หรืออุปกรณ์ที่สัตว์เลี้ยงใช้ร่วมกัน อาจเป็นแหล่งสะสมของไรและทำให้เกิดการแพร่กระจาย

ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
สัตว์เลี้ยงที่อายุน้อย หรือสัตว์ป่วยมีแนวโน้มที่จะติดไรในหูได้ง่ายกว่าสัตว์ที่แข็งแรง

การดูแลหูไม่สะอาด
การสะสมของขี้หูและสิ่งสกปรกในช่องหูอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ไรเจริญเติบโตได้ดี

วิธีป้องกันไรในหู

การป้องกันไรในหูสามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งต้องทำอย่างต่อเนื่องเพื่อกำจัดไรให้หมดไป

  • ตรวจหูของสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ – หมั่นสังเกตความสะอาดและลักษณะของขี้หู
  • ทำความสะอาดหูอย่างสม่ำเสมอ – ใช้น้ำยาทำความสะอาดหูที่เหมาะสม
  • แยกสัตว์เลี้ยงที่ติดไรออกจากตัวอื่น – เพื่อลดการแพร่กระจายของไร
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันไรในหู – ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
  • รักษาสภาพแวดล้อมให้สะอาด – หมั่นซักล้างอุปกรณ์ของสัตว์เลี้ยง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไรในหู

ไรในหูติดต่อสู่คนได้หรือไม่?
โดยทั่วไปแล้ว ไรในหูของสัตว์เลี้ยงไม่ติดต่อมาสู่คน แต่อาจทำให้เกิดอาการคันหากสัมผัสโดยตรง

ไรในหูเกิดขึ้นบ่อยในสัตว์อายุเท่าไหร่?
มักพบมากในลูกสุนัขและลูกแมวที่ยังมีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง

ไรในหูหายเองได้หรือไม่?
ไม่สามารถหายเอง ต้องได้รับการรักษาด้วยยาอย่างเหมาะสม

ไรในหูเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงแค่ไหน?
หากปล่อยไว้นานอาจทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง หรือสูญเสียการได้ยินได้

ทั้งนี้ ไรในหูเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในสุนัขและแมว หากปล่อยไว้อาจทำให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกไม่สบายตัวและนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ เจ้าของจึงควรสังเกตอาการ ตรวจเช็กหูเป็นประจำ และพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์เมื่อตรวจพบสิ่งผิดปกติ 

สามารถติดต่อขอคำปรึกษา หรือจองคิวได้ง่ายๆ เพียงแอดไลน์ @smalland

ที่ที่

อุ่นใจ

ของทุกบ้าน

พร้อมบริการให้กับสัตว์เลี้ยงของคุณเพื่อสุขภาพที่ดีและมีความสุข

บทความ

สัตว์ของเพื่อน ๆ จำเป็นต้องพบคุณหมอหรือไม่ ??
เลือกชนิดสัตว์ที่ต้องการถามกันเลย

สุขภาพสัตว์เลี้ยง

แม้หวัดในหมา–แมวจะดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ถ้าปล่อยไว้อาจลุกลามเป็นปอดอักเสบ หายใจติดขัด หรือขาดน้ำได้ จึงไม่ควรมองข้ามอาการเริ่มต้น

สุขภาพสัตว์เลี้ยง

ในยุคที่สัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่ “สัตว์” แต่เป็นสมาชิกในครอบครัว การดูแลความปลอดภัยของพวกเขาจึงสำคัญไม่แพ้ใคร หนึ่งในวิธีที่เจ้าของยุคใหม่ควรรู้จักคือ “การฝังไมโครชิพหมาแมว” เพื่อช่วยระบุตัวตนและเพิ่มโอกาสในการตามหากลับบ้านหากพลัดหลง อีกทั้งยังเป็นส่วนสำคัญของ การขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง ซึ่งปัจจุบัน กรุงเทพมหานครกำหนดให้ต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วย

สุขภาพสัตว์เลี้ยง

รู้หรือไม่? แมวใช้เวลานอนเกือบทั้งวัน! บทความนี้จะพาไปรู้ว่าแมวนอนวันละกี่ชั่วโมง ทำไมถึงนอนเยอะ และเราควรสังเกตอย่างไรหากน้องแมวนอนผิดปกติ