หวัดหมา–แมว คืออะไร? อันตรายไหม
หวัดหมา และ หวัดแมว คืออาการติดเชื้อบริเวณระบบทางเดินหายใจส่วนบน ไม่ต่างจากเวลาเราป่วยเป็นหวัด เช่น จาม น้ำมูกไหล ไอ หรือมีตาแฉะ ซึ่งเป็นอาการหวัดหมา–อาการหวัดแมว ที่พบได้บ่อยมาก โดยสาเหตุอาจเกิดจากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือการเปลี่ยนแปลงของอากาศอย่างกะทันหัน
สิ่งที่ควรรู้คือ “หวัดธรรมดา” กับ “หวัดที่เกิดจากเชื้อไวรัสเฉพาะสัตว์” ไม่เหมือนกัน
- หวัดธรรมดา มักมีอาการเบา เช่น จาม น้ำมูกใส และหายได้เองภายในไม่กี่วัน
- แต่ถ้าเป็น หวัดจากเชื้อไวรัสเฉพาะสัตว์ เช่น Canine Influenza ในสุนัข หรือ Feline Herpes / Calicivirus ในแมว อาการจะรุนแรงกว่า อาจมีไข้สูง หายใจลำบาก เบื่ออาหาร และอาจแพร่สู่สัตว์ตัวอื่นได้รวดเร็ว
ดังนั้นแม้หวัดในหมา–แมวจะดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ถ้าปล่อยไว้อาจลุกลามเป็นปอดอักเสบ หายใจติดขัด หรือขาดน้ำได้ จึงไม่ควรมองข้ามอาการเริ่มต้น
สัญญาณเตือนว่าหมา–แมวกำลังเป็นหวัด
การสังเกต สัญญาณหวัดหมา และ สัญญาณหวัดแมว เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะอาการบางอย่างอาจดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่จริง ๆ แล้วเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคทางเดินหายใจ หากปล่อยไว้นานอาจลุกลามจนกลายเป็นปอดอักเสบได้ เจ้าของจึงควรรู้จัก อาการหวัดหมา–อาการหวัดแมว ที่พบได้บ่อย ดังนี้
จาม ไอ น้ำมูกไหล
นี่คืออาการแรก ๆ ของทั้ง หมาเป็นหวัด และ แมวเป็นหวัด น้ำมูกอาจเริ่มจากใส ๆ ก่อน แล้วเปลี่ยนเป็นข้นหรือมีสี ซึ่งบ่งบอกถึงการติดเชื้อที่รุนแรงขึ้น
ตาแฉะ มีขี้ตาเยอะกว่าปกติ
ในแมวอาการนี้พบมากเพราะเกี่ยวข้องกับไวรัส Feline Herpes และ Calicivirus ส่วนสุนัขก็อาจมีตาแดง น้ำตาไหลร่วมด้วย ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณของ หวัดหมา และ หวัดแมว
ซึม ไม่ค่อยเล่น เบื่ออาหาร
เมื่อสัตว์เลี้ยงติดหวัด ร่างกายจะใช้พลังงานเยอะในการต่อสู้กับเชื้อ ทำให้น้องไม่อยากขยับ ไม่กินอาหาร หรือกินน้อยลงมาก ซึ่งเป็นอาการที่ไม่ควรมองข้าม
หายใจลำบาก / มีเสียงฟืดฟาด
ถือว่าเป็นอาการที่ต้องเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในแมว เพราะโครงสร้างทางเดินหายใจค่อนข้างละเอียด หากได้ยินเสียงผิดปกติ แสดงว่าอาจมีการอักเสบในโพรงจมูกหรือหลอดลม
มีไข้ ตัวร้อนผิดปกติ
ไข้เป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญของการติดเชื้อ หากจับตัวน้องแล้วรู้สึกร้อนกว่าปกติ หรือวัดอุณหภูมิแล้วสูงกว่า 39°C ต้องพาไปพบหมอ เพราะอาจเป็นหวัดที่เกิดจากไวรัสรุนแรง
มีอาการอาเจียนหรือท้องเสียร่วมด้วย
ในบางเคส โดยเฉพาะแมวเป็นหวัดรุนแรง หรือ หมาเป็นหวัดจากเชื้อไวรัส อาจมีอาการระบบทางเดินอาหารร่วมด้วย ทำให้น้องอ่อนล้าและขาดน้ำได้ง่าย
หมา–แมวติดหวัดจากคนได้ไหม?
โดยทั่วไปแล้ว หวัดธรรมดาของคน ไม่สามารถติดไปยังหมา–แมวได้ เพราะเชื้อไวรัสที่ทำให้คนเป็นหวัด (เช่น Rhinovirus, Coronavirus บางสายพันธุ์) เป็นคนละตระกูลกับไวรัสที่ทำให้สัตว์ป่วย
หมา–แมวสามารถเป็นหวัดได้จาก ไวรัสเฉพาะของสัตว์ เช่น Canine Influenza / Distemper ในสุนัข หรือ Feline Herpesvirus / Calicivirus ในแมว ซึ่งเชื้อเหล่านี้ “ติดจากสัตว์สู่สัตว์” ไม่ติดจากคน แต่คนสามารถนำเชื้อไวรัสสัตว์ติดตัวไปจากการสัมผัสสัตว์ป่วยตัวอื่น แล้วแพร่ให้สัตว์เลี้ยงที่บ้านได้ เช่น ผ่านเสื้อผ้า มือ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ
หมา–แมวเป็นหวัด ต้องทำอย่างไร?
เมื่อเริ่มเห็นน้องมีอาการหวัด สิ่งสำคัญคือดูแลเบื้องต้นให้ถูกวิธี เพราะการดูแลผิดอาจทำให้อาการแย่ลง โดยเฉพาะในสัตว์อายุน้อย อายุมาก หรือมีโรคประจำตัว ซึ่งการดูแลที่ถูกต้องควรเริ่มจากพื้นฐานดังนี้
- พักผ่อนในที่อุ่น ไม่อับชื้น
อากาศเย็นเกินไปจะทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานหนักขึ้น ควรจัดพื้นที่อุ่น สะอาด เงียบ และสบาย - กระตุ้นให้กินน้ำและกินอาหาร
หวัดทำให้จมูกตันและไม่รู้รส น้องอาจไม่อยากกิน ควรใช้วิธีอุ่นอาหารเล็กน้อย หรือเลือกอาหารมีกลิ่นแรงเพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร - ทำความสะอาดขี้ตา–น้ำมูกเป็นประจำ
ใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดเบา ๆ เพื่อลดการระคายเคือง และช่วยให้หายใจหรือมองเห็นได้ดีขึ้น - ห้ามให้ยาคนเด็ดขาด!
ยาบางชนิด เช่น พาราเซตามอล หรือยาลดน้ำมูกของคน มีพิษต่อแมวและสุนัขอย่างรุนแรง ควรรักษาตามคำแนะนำของสัตวแพทย์เท่านั้น - แยกสัตว์ป่วยออกจากตัวอื่นชั่วคราว
โดยเฉพาะแมว เพราะไวรัสหวัดแมว (Feline Herpes / Calicivirus) ติดต่อได้ง่ายมาก - พาไปพบสัตวแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น
ถ้ามีอาการซึมมาก กินไม่ได้ หายใจแรง ไข้สูง หรืออาการยืดเยื้อเกิน 2–3 วัน ควรพาไปตรวจทันที เพื่อประเมินว่าต้องใช้ยาต้านเชื้อ ยาลดน้ำมูก หรือได้รับน้ำเกลือเพิ่มเติม
วิธีป้องกันไม่ให้หมา–แมวเป็นหวัด
การป้องกันหวัดในสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการรักษาในภายหลังมักยุ่งยากกว่า และบางครั้งอาจลุกลามเป็นโรคทางเดินหายใจรุนแรงได้ เจ้าของจึงควรรู้วิธีป้องกันหวัดหมาและป้องกันหวัดแมว เพื่อให้น้องแข็งแรงในทุกสภาพอากาศ
ฉีดวัคซีนพื้นฐานให้ครบทุกปี
วัคซีนสำหรับระบบทางเดินหายใจ เช่น DHPPi สำหรับสุนัข หรือวัคซีนรวม (เช่น FVRCP) สำหรับแมว ช่วยป้องกันเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดหวัดรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ การฉีดตรงเวลาเป็นการสร้างเกราะป้องกันโรคที่ดีที่สุด
รักษาความอบอุ่นและอุณหภูมิภายในบ้านให้เหมาะสม
ความเย็นจัด ลมแรง หรือการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิกะทันหันเป็นสาเหตุให้หมา–แมวป่วยได้ง่าย ควรจัดพื้นที่นอนให้อบอุ่น ไม่อับชื้น และหลีกเลี่ยงให้สัตว์อยู่ใกล้พัดลมหรือแอร์โดยตรง
ลดสภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดความเครียด
ความเครียดทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง ส่งผลให้ติดหวัดง่าย เช่น การย้ายบ้าน การเพิ่มสัตว์ใหม่ หรือเสียงดังเกินไป ควรสร้างสภาพแวดล้อมที่สงบและมั่นคงเพื่อให้น้องรู้สึกปลอดภัย
หลีกเลี่ยงการเจอสัตว์ป่วยหรือพื้นที่เสี่ยงเชื้อ
ไวรัสหวัดทั้งในหมาและแมวแพร่ได้ง่ายมาก หากรู้ว่ามีสัตว์ป่วยในบ้านหรือในพื้นที่ ควรแยกตัวออกจากกันชั่วคราว รวมถึงหลีกเลี่ยงพาน้องไปสถานที่แออัด เช่น โรงแรมสัตว์ สนามรวมสัตว์เลี้ยง เมื่อยังไม่มั่นใจในสุขภาพ
ดูแลสุขภาพทั่วไปให้แข็งแรงเสมอ
ให้กินอาหารครบถ้วน ดื่มน้ำเพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อประเมินสุขภาพระบบทางเดินหายใจ
สรุป – สัญญาณหวัดหมา–แมวต้องไม่ละเลย
อาการหวัดในหมา–แมวอาจเริ่มต้นด้วยเพียงแค่จาม น้ำมูกไหล หรือซึมนิดหน่อย แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นสัญญาณของโรคทางเดินหายใจที่ต้องได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง การสังเกตอาการให้ไว และพาน้องตรวจตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณผิดปกติ จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้มาก
การดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่การรักษาเมื่อป่วย แต่คือการป้องกันและตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น หากน้องมีอาการคล้ายหวัด หรือผิดปกติจากปกติเพียงเล็กน้อย ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพื่อความสบายใจของเจ้าของ และความปลอดภัยของน้องทุกตัว แนะนำให้ตรวจสุขภาพประจำปี และพาน้องพบสัตวแพทย์ที่ “โรงพยาบาลสัตว์สมอลแลนด์” ทีมแพทย์พร้อมดูแลและให้คำปรึกษาอย่างอ่อนโยนและเป็นกันเอง
สอบถามเพิ่มเติมหรือจองคิวได้ที่ LINE: @smalland